
การผ่าตัดแบบ Minimally Invasive Surgery คืออะไร?
ปัจจุบันการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดได้มีการพัฒนาให้มีความก้าวหน้ามากขึ้น หนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมและมีประสิทธิภาพสูงคือ การผ่าตัดแบบ Minimally Invasive Surgery หรือการผ่าตัดที่ทำให้แผลผ่าตัดมีขนาดที่เล็กลง ลดการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นกับเนื้อเยื่อรอบ ๆ โดยในการผ่าตัดจะใช้เครื่องมือพิเศษ และการวางแผนการรักษาโดยแพทย์เฉพาะทาง เทคนิคนี้ถูกออกแบบมาเพื่อลดความบอบช้ำต่อผู้เข้ารับการรักษา ส่งผลให้ผู้เข้ารับการรักษาฟื้นตัวได้เร็วขึ้น และเจ็บปวดน้อยลง ทั้งยังช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ภายหลังการผ่าตัด ทำให้เป็นทางเลือกที่ดีอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้เข้ารับการรักษาที่ต้องการฟื้นตัวที่รวดเร็ว มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นหลังการรักษาผ่าตัด
การฟื้นตัวหลังการผ่าตัด
การฟื้นตัวหลังจากการผ่าตัดแบบ Minimally Invasive Surgery มักใช้เวลาน้อยกว่าการผ่าตัดแบบเดิม โดยผู้เข้ารับการรักษาสามารถกลับไปทำกิจกรรมเบา ๆ ได้ภายในไม่กี่วันหรือภายในสัปดาห์หลังการผ่าตัด การปฏิบัติตัวตามคำแนะนำจากแพทย์ในการดูแลตัวเองหลังการผ่าตัดมีความสำคัญมาก เช่น การรับประทานอาหารที่เหมาะสม การพักผ่อนให้เพียงพอ และการดูแลรักษา และปฏิบัติตนตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และมาพบแพทย์ตามการนัดติดตามอาการในทุกๆครั้งที่มีการนัดหมาย


เทคนิคการผ่าตัดขากรรไกรแบบ Minimally Invasive Orthognathic Surgery
เป็นวิธีการผ่าตัดขากรรไกรร่วมกับการจัดฟัน โดยใช้เทคนิคแผลเล็ก ร่วมกับเทคนิค NM-Low Z BSSO ซึ่งเป็นวิธีการที่ทำให้สามารถเคลื่อนขากรรไกรล่างได้มากขึ้น ในกรณีที่มีความจำเป็นจะต้องเคลื่อนขากรรไกรล่างเพื่อทำให้ปัญหาการกัดสบฟันอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง ทำให้ใบหน้าสมมาตร ลดการกลับมาเป็นซ้ำจากการดึงกลับของกล้ามเนื้อได้เพิ่มขี้น
ข้อดีของเทคนิค Minimally Invasive Orthognathic Surgery
- แผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก
- เจ็บน้อยกว่าการผ่าตัดแบบดั้งเดิม
- อาการบวมช้ำน้อย
- ฟื้นตัวเร็ว กลับไปใช้ชีวติประจำวันได้เร็ว
- ลดการสูญเสียเลือด
- ความแม่นยำสูงจากการใช้เทคโนโลยี 3มิติ (3D simulation) และ Surgical Guide 3D Printing
- มีเพิ่มความปลอดภัยในการเลื่อนกระดูกและปรับโครงหน้า เพราะใช้เทคนิค NM-Low Z BSSO

